เลเซอร์รอยแผลเป็น

คำว่า “รอยแผลเป็น” ต่อให้เล็กและเป็นรอยจางมากขนาดไหนสามารถสร้างความรู้สึกไม่สบายใจให้กับเราได้เสมอ เพราะรอยแผลเป็นมักมาพร้อมกับความเจ็บปวดของการเกิดเหตุ แต่เมื่อรักษารอยแผลหายแล้วกลับได้รอยแผลเป็นไว้เป็นที่ระลึกแทน มันช่างปวดใจจริงๆโดยเฉพาะรอยแผลเป็นที่เห็นชัด เช่น รอยแผลเป็นนูน รอยแผลเป็นคีลอยด์ ที่อาจทำให้เสียบุคลิกหรือเสียความมั่นใจ
 
 
 

ทำความรู้จักกับรอยแผลเป็น

บางคนอาจจะเข้าใจว่ารอยแผลเป็น แบบไหนก็คงจะเหมือนๆกัน แต่จริง ๆ แล้ว แผลเป็นนั้นมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีวิธีการรักษาและระยะเวลาในการรักษาที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย โดยแผลเป็นที่เราจะพูดมักจะพบเจอกันอยู่เป็นประจำ สามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลัก คือ

1. แผลเป็นนูน

มีลักษณะนูน แดง คลายกับแผลเป็นคีลอยด์ แต่รอยนูนไม่ออกนอกรอยแผลเดิม
 

2. คีลอยด์

มีลักษณะเฉพาะคือ แผลเป็นจะโตนูน และล้ำออกนอกขอบแผลที่เคยเป็น เกิดจากการสร้างและเรียงตัวของคอลลาเจนมากเกินปกติ
 

3. แผลเป็นเรียบ

เป็นแผลเป็นที่มีลักษณะเป็นแผลเรียบ มีสีใกล้เคียวกับสีผิวหนังปกติ มักเกิดจากการถูกของมีคมบาดหรือแผลจากการผ่าตัด

4. แผลเป็นที่มีการหดรั้ง

มักเกิดขึ้นกับแผลที่ถูกไฟไหม้ ไฟลวก เป็นแผลลึก ซึ่งแผลเป็นนี้จะเกิดขึ้นหลังจากกระบวนการของร่างกายรักษาแผลหายแล้ว โดยแผลเป็นนี้จะมีลักษณะบีบรัด รั้ง อาจทำให้ข้อต่อบริเวณที่เป็น ขยับไม่ได้ และลงลึกได้ถึงกล้ามเนื้อ ปลายประสาท

5. Acne Scar

มีได้หลายลักษณะ ตั้งแต่เป็นหลุมแคบลึก ขลุขระ เว้าโค้งยุบตัว สาเหตุอาจมาจากรอยสิว 
 

วิธีการรักษาแผลเป็น

การรักษาแผลเป็นในปัจจุบันมีหลายวิธีด้วยกัน แพทย์จะจำแนกวิธีการรักษาตามประเภทและความรุนแรงและความมาก-น้อย ของความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผิวหนัง ดังนี้ 

1. การทายา 

วิธีนี้อาจใช้กับรอยแผลเป็นที่มีขนาดเล็กและเป็นรอยแผลเป็นใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น การทายาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้แผลเป็นที่เป็นรอยแดง รอยคล้ำดำ จะค่อย ๆ จางลง 

2. การใช้แผ่นเจลซิลิโคน 

เป็นแผ่นเจลที่มีลักษณะโครงสร้างเชื่อมต่อกันหลายแผ่น ทำให้มีความยืดหยุ่นตามการเคลื่อนไหวของผิวหนังได้ดี สามารถช่วยรักษาการสูญเสียน้ำออกจากบริเวณรอยแผล การใช้แผ่นเจลซิลิโคนจะช่วยทำให้สีของแผลจางลงและแผลเป็นแบนราบลงได้ โดยวิธีนี้จะเหมาะกับแผลเป็นที่มีสีแดงหรือสีคล้ำหรือนูนเท่านั้น

3. การสักสีผิว 

ในกรณีของรอยแผลเป็นที่มีลักษณะการเปลี่ยนของสีผิวอย่างชัดเจน เช่น มีสีเข้มกว่าหรืออ่อนกว่าสีผิวปกติ แพทย์อาจต้องใช้วิธีการสักสีเข้าไปในแผลเป็น เพื่อกลบรอยแผลเป็นให้ดูเรียบเนียนและมีสีใกล้เคียงกับผิวหนังปกติ 

4. การฉีดยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ 

คือการฉีดยาสเตียรอยด์นี้เข้าใต้ตำแหน่งของแผลเป็น ซึ่งจะช่วยให้แผลเป็นนั้นนุ่มและแบนราบลงได้ละควรให้ห่างกันประมาณเดือนละ 1 ครั้ง จนกว่าแผลเป็นจะแบนราบการรักษาด้วยวิธีนี้ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์เฉพาะทาง หรือศัลยแพทย์ตกแต่งโดยเฉพาะ

5. การฉีดฟิลเลอร์ 

ในกรณีที่มีแผลเป็นแบบเป็นรอยบุ๋ม แพทย์จะฉีดฟิลเลอร์เข้าไปใต้รอยบุ๋ม เพื่อทำให้รอยแผลเป็นดูตื้นขึ้น แต่วิธีนี้ผลลัพธ์ที่ได้จะอยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน เท่านั้น 

6. การผ่าตัด 

ในกรณีแผลเป็นจากการไหม้ หรือลวกเป็นบริเวณกว้าง รอยแผลเป็นมีขนาดลึก และส่งผลให้มีการยึดติดระหว่างเนื้อเยื่อผิวหนังบริเวณรอบแผลเป็น ทำให้ไม่สามารถขยับร่างกายได้สะดวก จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด และมีการรักษาด้วยการทำเลเซอร์หลังการผ่าตัดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ

7. การทำเลเซอร์ลบรอยแผลเป็น 

วิธีนี้เป็นวิธีการรักษาแบบใหม่ แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าการทายามาก แต่ก็ให้ผลการรักษาที่เห็นผลดีกว่า ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ถาวร และเจ็บตัวน้อยกว่าการผ่าตัด เหมาะกับแผลเป็นที่เกิดในบริเวณเด่นชัด ซึ่งการทำเลเซอร์ มีได้สองแบบ คือ Picoway Laser

PicoWay เลเซอร์รักษารอยแผล

เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากประเทศสหรัฐอเมริกาในการขจัดรอยดำต่าง ๆ ทั้งฝ้า กระแดด จุดด่างดำจากสิว หรือรอยแผลเป็นจากสิว รวมไปถึงรอยแผลเป็นต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ โดยไม่ทำให้เกิดแผลบนผิวหนังชั้นบน โดยการรักษารอยแผลเป็นด้วยเครื่อง PicoWay สามารถเห็นผลได้เร็วกว่าและใช้ระยะเวลาในการรักษาที่สั้นกว่า การทำเลเซอร์รุ่นเก่า  โดยไม่ต้องพักฟื้น

PicoWay เลเซอร์คืออะไร

PicoWay Laser คือ นวัตกรรมเลเซอร์จากสหรัฐอเมริกา ที่มีความสามารถช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์และรักษากระ จุดด่างดำ ลบรอยสัก ปรับสีผิวให้กระจ่างใส ไร้ริ้วรอย รอยแผลเป็นต่างๆ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนังได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ PicoWay Laser ยังเป็นแบรนด์ที่ได้รับรางวัล “ The World’s Best Picosecond Laser ” จากการเปรียบเทียบจากเครื่องเลเซอร์ที่หลากหลายเครื่องทั่วโลก

ข้อดีของ Picoway เลเซอร์ คืออะไร ? 

  • เป็นเลเซอร์ที่ใช้ เทคโนโลยีเลเซอร์ใหม่ล่าสุด สามารถกำจัดเม็ดสีได้อย่างแม่นยำ และสามารถปล่อยแสงเลเซอร์ออกมาในระยะเวลาที่สั้นมากๆ คือ 1ps พิโคเซคคันด์ = 1 ใน ล้านล้านวินาที
  • เมื่อเทียบ Picoway กับ เลเซอร์รุ่นเดิม Picoway สามารถใช้ระยะเวลาการปล่อยแสงเลเซอร์ที่สั้นกว่าถึง 1000 เท่า
  • การใช้เลเซอร์ด้วยระบบนี้สามารถทำให้เม็ดสีหรือหมึกรอยสัก แตกตัวได้มาก จนกลายเป็นอนุภาคที่มีขนาดเล็กมากๆ เมื่อเทียบจากรุ่นเดิมที่พบการแตกตัวน้อยกว่าและมีขนาดใหญ่กว่า
  • เมื่อเม็ดสีแตกตัวเป็นอนุภาคขนาดเล็กมากๆ จึงถูกกำจัดออกจากร่างกายได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ผลการรักษาเรื่องลบรอยสักและเม็ดสี ได้ผลดีขึ้นและใช้จำนวนครั้งน้อยกว่า เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีเดิม
  • มีประโยชน์ในการนำมาใช้ในแผนกผิวหนัง เพื่อแก้ไขความผิดปกติของเม็ดสีผิว และปัญหาต่างๆของผิวหนัง เช่น รอยแผลเป็น รอยแตกลาย ผิวหนังที่ไม่เรียบเนียน ได้เป็นอย่างดี
  • เห็นผลที่ชัดเจนและเร็วกว่าการทำเลเซอร์ทั่วไปนี้ และความยาวคลื่นแสง 1064/532 
  • เหมาะกับทุกสภาพสีผิว โดยเฉพาะผิวของคนเอเชีย

ความสามารถของเครื่อง Picoway เลเซอร์

  1. รักษารอยแผลเป็นต่างๆ ได้ด้วย PICOWAY ประเภท PicoWay RESOLVE / Fractional PicoWay ที่สามารถลบรอยแผลเป็นต่างๆ ที่เกิดหลังจากการหายของแผลที่ผิดปกติจากการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดเป็นรอยแผลเป็น เช่น รอยแผลเป็นหลุดสิว รอยแผลเป็นนูน รอยแผลเป็นคีลอยด์ เป็นต้น
  2. รักษาผิวแตกลาย หรือ รอยแตกลาย ที่เกิดจากการยืด-ขยายอย่างรวดเร็วของผิวหนังและเนื้อเยื่อ เช่น จากการตั้งครรภ์ นํ้าหนักที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้โครงสร้างคอลลาเจนถูกทำลาย จนเกิดรอยแตกลายบริเวณต่างๆ เช่น บริเวณหน้าท้อง หน้าอก เต้านม สะดือ ต้นแขน ต้นขา สะโพก รักแร้ และน่อง
  3. ลบรอยสัก เลเซอร์ลบรอยสัก PICOWAY ประเภท PicoWay Pigment / PicoWay Tattoo / Picotoning วิธีนี้เป็นการใช้แสงเลเซอร์ชนิด Picosecond ยิงไปที่ผิวบริเวณที่มีปัญหาเรื่องเม็ดสี เพื่อทำลายเม็ดสีส่วนเกิน และกำจัดออกไปจากผิว โดยใช้รักษารอยดำต่างๆในชั้นผิวหนัง เช่น ฝ้า กระ กระลึก ปาน รอยดำต่างๆ และใช้ในการกำจัดรอยสัก และยังสามารถช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้นได้อีกด้วย

โปรแกรมรักษารอยแผลเป็นของ Picoway คืออะไร และ ทำหน้าที่อย่างไรบ้าง?

โปรแกรม PicoWay RESOLVE / Fractional PicoWay

ทำหน้าที่ปล่อยแสง picosecond ออกมาเป็นจุดๆ ในพื้นที 6×6 ตร.มม. มี 100 จุด ซึ่งในแต่ละจุดเล็กๆนั้น เมื่อส่องดูด้วยกล้องขยาย จะเห็นว่ามีช่องว่างเล็กๆเกิดขึ้น ในชั้นผิวหนังแท้ ซึ่งเกิดได้จากการทำเลเซอร์ด้วย PicoWay เท่านั้น เครื่องอื่นจะไม่เกิด LIC ในชั้นผิวหนังแท้ มีแต่ช่องว่างในชั้นผิวกำพร้าเท่านั้น  

PicoWay Resolve

เป็นเทคโนโลยีพิเศษ ทำให้ได้จุดเลเซอร์ที่แม่นยำ และมี พลังงานที่สม่ำเสมอในทุกๆจุด โดยพบว่าหลังการทำเลเซอรด้วยวิธีนี้ ในชั้นผิวหนังแท้ จะเกิดการสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาแทนที่ การรักษาด้วย PicoWay Resolve ได้ผลลัพธ์ที่ดีมาก ในการแก้ไขปัญหาผิวที่เสื่อมสภาพ ผิวไม่เนียนเรียบ เช่น แก้ไขรูขุมขนกว้าง ริ้วรอย ผิวที่หยาบกร้าน หลุมสิว แผลเป็น และรอยแตกลาย

การเตรียมตัวก่อนทำเลเซอร์ลบรอยแผลเป็น 

  • งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนมาทำเลเซอร์ 3-5 วัน เนื่องจากแอลกอฮอล์อาจส่งผลเกิดอาการซ้ำเลือด
  • งดการออกแดดเป็นเวลานานๆ เนื่องจากแสงแดดอาจทำให้สีผิวเกิดความไม่สม่ำเสมอ ทำให้มีผลต่อการทำเลเซอร์
  • หากคนไข้ผิวแพ้ง่าย หรือ มีอาการแพ้ยา ควรแจ้งแพทย์ทันที เพื่อจะได้ไม่มีผลข้างเคียงต่อการรักษา
  • งดรับประทานยา หรือวิตามินต่างๆ ที่ เช่น แอสไพริน วิตมินอี น้ำมันปลา หรือ แปะก๊วย อย่างน้อย 1 สัปดาห์

ขั้นตอนการรักษาด้วย PicoWay 

  • ทำความสะอาดผิวหน้า และทายาชาทิ้งไว้ประมาณ 30-60 นาที เพื่อให้ยาชาออกกฤธิ์
  • ขณะทำเลเซอร์ Picoway คนไข้จะรู้สึกเหมือมีเข็มแหลมๆทิ่มลงบนผิว เล็กน้อย 
  • ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที ขึ้นกับขนาดและลักษณะของรอยแผลเป็นของคนไข้ในแต่ละเคส
  • จะมีการเป่าพ่นลมเย็นด้วยเครื่อง Zimmer ระหว่างทำ PicoWay เพื่อลดอาการแสบ

การดูแลผิวหลังลบรอยแผลเป็นด้วย PicoWay เลเซอร์

  • ประคบเย็นในบริเวณที่ทำเลเซอร์บ่อยๆ ในวันแรก
  • ทาครีมลดอาการแดง ที่ไม่มีสเตียรอยด์ หนาๆ ในบริเวณที่ทำเลเซอร์
  • เลี่ยงความร้อนทุกชนิด เช่น การอบซาวน่า และเลี่ยงการโดนแสงแดด อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • ใช้ครีมทาผิวที่อ่อนโยน และให้ความชุ่มชื้นมากเป็นพิเศษ
  • กรณีมีผื่นคัน สามารถทานยาแก้แพ้ลดคันได้ ถ้าหากมีความรุนแรงให้รีบมาพบแพทย์ (สามารถเกิดได้กับคนไข้บางคนเท่านั้น แต่ในจำนวนที่น้อยมาก)
  • การฉายแสง LLLT ได้ทุกวัน เพื่อช่วยให้อาการแสบ แดง  คัน ต่างๆหายได้เร็วขึ้นมาก 
  • คนไข้จะมีอาการ ผิวแดงใน 2-5 วัน ผิวบวม 1-2 วัน หลังการทำเลเซอร์ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวหนังและรายละเอียดของการทำการรักษาในแต่ละคน 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษารอยแผลเป็น

1. รอยแผลเป็นที่ เป็นมานานแล้วสามารถรักษาให้หายได้หรือไม่

สามารถรักษาได้ แต่อาจจะต้องใช้ระยะแวลาในการรักษานานกว่ารอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นใหม่ๆ เนื่องจากการกระตุ้นเซลล์ในรอยแผลเก่าอาจทำได้ยากกว่า

2. หลังจากที่รักษาหายแล้วรอยแผลเป็นจะกลับมาอีกหรือไม่

รอยแผลเป็นที่ผ่านการรักษาให้หายด้วยเครื่อง Picoway เลเซอร์ จะไม่กลับมากวนใจอีกแน่นนอนเพราะเป็นการรักษาอย่างตรงจุด ด้วยการสร้าเนื้อเยื่อจากชั้นเซลล์ผิวหนังแท้

3. ใช้เวลาในการรักษานานแค่ไหน

ระยะเวลาการรักษา ขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงของรอยแผลเป็น ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้วิเคาระห์การรักษาแบบเคสต่อเคส โดยการรักษาอาจจะเริ่มต้นที่ประมาณ 5- 8 ครั้ง 

4. มีวิธีเลือกคลินิกยังไงในการรักษา

ควรเลือกคลินิกที่มีมาตรฐานเชื่อถือได้ และรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งนี้คนไข้ควรคำนึงถึงเครื่องมือที่ใช้ในการรักษาด้วย เพื่อการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและไม่เสียเงินไปแบบฟรีๆ

5. ทำไมต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

เพราะการทำเลเซอร์ กับผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญนั้นอาจจะได้รับการรักษาที่ไม่ตรงจุด และไม่ถูกต้อง นอกจากจะไม่เห็นผลแล้วยังเสี่ยงต่อการทำให้เนื้อเยื่อบริเวณอื่นถูกทำลาย และอาจจะก่อให้เกิดรอยไหม้ หรือรอยแผลเป็นใหม่เกิดขึ้นได้อีกด้วย