ร้อยไหมยกกระชับ

ร้อยไหม แบบไหนดี

การร้อยไหมถือเป็นวิธีที่ใครหลายๆคนอาจจะรู้จัก และ คุ้นเคยกันดีเพราะสำหรับสาวๆหนุ่มๆ ที่มีใจรักในเรื่องของความสวยความงามการดูแลรูปร่างหน้าตาอาจจะเคยผ่านการร้อยไหม กันมาบ้างแล้ว แต่สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลอยู่มาทำความรู้จักกับการร้อยไหมกันเลยดีกว่า ว่าทำไมถึงได้รับความนิยมกันเป็นอย่างมาก

การร้อยไหม คืออะไร

การร้อยไหม คือ เทคนิคที่ช่วยยกกระชับ และปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด เป็นการใช้เข็มนำเส้นไหม ซึ่งเป็นเส้นใยอิลาสตินที่มีคุณสมบัติช่วยในการประคองผิว ร้อยลงไปยังใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งวิธีนี้เป็นการยกกระชับใบหน้าที่ได้ผลชัดเจนหลังทำทันที  โดยไหมที่ถูกร้อยเข้าไปยังบริเวณใต้ผิวหนัง จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และสร้างเส้นเลือดใหม่ ทำให้ผิวเกิดการไหลเวียนเลือดที่ดีขึ้น ใบหน้าจึงแลดูเปล่งปลั่งสดใส กระชับเต่งตึง ริ้วรอยจางลง ภายในระยะเวลเพียง 2-3 สัปดาห์เท่านั้น และสวยได้อย่างยาวนานสูงสุดถึง 2 ปี หลังจากนั้น เส้นไหมก็จะค่อยๆ ละลายไปโดยไม่เป็นอันตราย ไม่มีสารตกค้าง

หลักการทำงานของการร้อยไหม

ข้อดีและข้อเสีย ของการร้อยไหม มีอะไรบ้าง?

ข้อดีของการร้อยไหม

  • การร้อยไหมไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่ จึงไม่ต้องมีการพักฟื้น
  • มีแค่รอยเข็มเล็กๆโดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็น
  • ใบหน้ายกกระชับขึ้นหลังทำทันที
  • เจ็บตัวน้อยกว่าการผ่าตัด
  • ราคาไม่สูงมากเกินไป

ข้อเสียของการร้อยไหม

  • อาจจะมีอาการบวมช้ำเล็กน้อยในบริเวณที่สอดไหม แต่จะหายไปภายใน 1 สัปดาห์
  • หากใช้ไหมที่ไม่มีคุณภาพ อาจทำให้ไหมไม่ละลาย และจับตัวกันเป็นก้อน ทั้งนี้ยังเสี่ยงต่อการอักเสบ และเกิดหนองขึ้นตามเส้นไหมได้อีกด้วย
  • มีอาการติดเชื้อเนื่องจากอุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่สะอาดพอ
  • การร้อยไหมอาจทำให้เกิดพังผืดใต้ผิวหนัง และ เป็นรอยแผลเป็นได้ หากแพทย์ขาดความเชี่ยวชาญ และ ขาดประสบการณ์

ข้อเสียเหล่านี้อาจเกิดจากการเลือกคลิกที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่ จะไม่มีทางเกิดขึ้น แน่นอน หากเลือกใช้บริการที่ กังนัมคลินิก

การร้อยไหมยกกระชับหน้ามีกี่ประเภท?

1.ร้อยไหม PDO

ไหม PDO เป็นไหมละลายมีต้นกำเนิดจากประเทศเกาหลี ลักษณะเฉพาะของไหมชนิดนี้ คือ สามารถละลาย หายไปเอง ภายใน 6-8 เดือน การร้อยไหม PDO เป็นการร้อยไหมที่ราคาไม่สูงมาก สามารถห็นผลได้หลังทำทันที่ 20 – 30% และ ใช้เวลาประมาณ 6 – 8 สัปดาห์ จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้ 2-3 ปี ก็จะค่อยๆสลายไป โดยไม่ทิ้งสารตกค้างหรือให้เกิดผลข้างเคียงภายหลัง

2.ไหมก้างปลา คือ Aptos threads หรือ (Feather-Lift)

ซึ่งไหมชนิดนี้เป็นไหมที่ไม่ละลาย มีลักษณะคล้ายก้างปลา ทางการแพทย์นิยมใช้ในการยกกระชับ แก้ปัญหาการหย่อนคล้อยของผิวหนัง ทำให้กลับมาเต่งตึง ได้ทันทีหลังโดยไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องเสียเวลาในการพักฟื้น

3.ไหมทอง หรือ (Gold Thread)

เป็นการนำไหมที่ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ 99.99% ที่มีขนาดเล็กประมาณเส้นผม ร้อยเข้าไปในชั้นผิวหนังให้เป็นลักษณะโครงตาข่าย ซึ่งไหมทองจะช่วย กระตุ้นการสร้างคลอลาเจนและผังผืดใต้ชั้นผิวได้ดี แต่การร้อยไหมทองมีข้อจำกัด เยอะกว่าการร้อยไหมชนิดอื่น เช่น มีราคาค่อนข้างสูงมาก และไม่เหมาะกับผู้ที่แพ้โลหะ เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่ายนอก จากนี้การร้อยไหมทองยังจำเป็นต้อง หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ที่มีความร้อน เพราะอาจส่งผลทำให้เส้นไหมละลาย และ การร้อยไหมทองคำจะไม่สามารถเข้าเครื่องสแกน MRI ได้เนื่องจากเส้นไหมจะเกิดความร้อน และการสั่นสะเทือน อาจทำให้ผิวบริเวณที่ร้อยไหมเกิดการไหม้ได้

ร้อยไหม ช่วยอะไรได้บ้าง?

  • ช่วยยกกระชับผิวหน้าให้เต่งตึงขึ้น ทำให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น
  • ช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าที่หย่อนคล้อย ปรับรูปหน้าเรียวมากขึ้น
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ฟื้นฟูเซลล์ผิวให้แข็งแรงขึ้น ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น
  • แก้ไขปัญหาริ้วรอยและความหย่อยคล้อยต่างๆของในหน้าได้เป็นอย่างดี
  • หน้าดูเรียวเล็ก รูปหน้าสวยชัดขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดปรับกระดูกหน้า
  • ใบหน้าดูกระชับขึ้น ร่องแก้มดูตื้นขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง
  • แก้ไขปัญหาแก้มห้อย เนื้อแก้มตก รวมถึงปัญหาปากคว่ำอย่างเห็นได้ชัด
  • เห็นผลลัพธ์ในระยะเวลาอันสั้น เจ็บตัวน้อย

ใครบ้างที่เหมาะกับการร้อยไหม?

  • คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับความหย่อนคล้อยจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น
  • คนที่เจอปัญหาริ้วร้อยที่มาก่อนวัย หรือ ต้องการลดลืนริ้วรอย
  • คนที่ต้องการยกกระชับปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น
  • คนที่แก้มห้อย มุมปากตก
  • ต้องการให้กรอบหน้าชัดเจน และ  แบ่งชัดเจนระหว่างใบหน้ากับลำคอ
  • ต้องการใบหน้ารูปวีไลน์แต่ไม่ต้องการผ่าตัด
  • เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาในการพักฟื้นนานๆ
  • ต้องการเจ็บตัวน้อยแต่เห็นผลชัดเจน

การร้อยไหมมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?

  1. การล้างทำความสะอาดผิวบริเวณที่ต้องการร้อยไหมให้สะอาดที่สุด
  2. แพทย์จะทำการฉีดยาชาเข้าไปในบริเวณที่ต้องการร้อยไหมยกกระชับ ก่อนการร้อยไหม
  3. แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะกำหนดจุดที่จะร้อยไหม
  4. แพทย์จะร้อยไหมเข้าไปที่ชั้นผิวหนังแท้กับชั้นใต้ผิวหนัง อาจใช้ระยะเวลาประมาณ 30 – 45 นาที
  5. หลังการร้อยไหมจะเห็นถึงผลการเปลี่ยนแปลงทันที 20- 30% และจะเริ่มรู้สึกว่าผิวกระชับ ตึงขึ้น หน้าเรียวอย่างชัดเจนใน 4-6 สัปดาห์

การเตรียมตัวก่อนการร้อยไหม

การร้อยไหมไม่ใช่การผ่าตัด ดังนั้นจึงมีการเตรียมตัวที่ง่ายและไม่ยุ่งยาก ดังนี้

  • งดทานวิตามินหรือยาที่ทำให้เลือดออกง่าย อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนทำการร้อยไหม เพื่อลดอาการบวมช้ำที่จะตามมา
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ขั่วโมงก่อนการร้อยไหม
  • หากมีโรคประจำตัว หรือ มีอาการแพ้ยาควรแจ้งให้แพทย์ทราบทันที เพื่อป้องกันการเกิดอันตราย หรือผลข้างเคียงที่จะตามมา
  • การร้อยไหมสามารถทำได้ทันโดยไม่ต้องงดอาหารใดๆทั้งสิ้น

การดูแลตัวเองหลังการร้อยไหม

  • ห้ามจับหรือนวดบริเวณร้อยร้อยไหมแรงๆ หลังการร้อยไหม
  • เลี่ยงการใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ AHA , BHA และ 2 สัปดาห์
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ และ งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • งดทานวิตมินหรือยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลืด เช่น วิตมินอี แอสไพริน และ ใบแป๊ะก๊วย
  • งดการทำเลเซอร์และทรีสเม้นท์ เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์
  • อาจมีอาการบวมช้ำเล็กน้อยตามรอยไหม อาการจะค่อยๆหายไปโดยใชะระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์
  • อาจจะมีอาการเสียวตามรอยเส้นไหมไม่ต้องกังวล อาการจะค่อยๆหายไปเอง
  • ห้ามอ้าป้ากว้างสุด หาวสุด หัวเราะแรงๆ เพราะอาจทำให้เส้นไหมขาดได้

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังการร้อยไหม

1.ไหมโผล่

มักเกิดขึ้นตรงบริเวณที่เป็นทางเข้าของเส้นไหม โดยมีสาเหตุมาจากการที่แพทย์ดันเส้นไหมไม่ลึกพอหรือดันเข้าไปไม่สุด ส่วนมากมักเกิดขึ้นกับแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญและยังขาดประสบกาณ์ในการร้อยไหม ซึ่งการที่มีเส้นไหมโผล่ออกมาก็อาจส่งผลให้ผิวหนังติดเชื้อได้ และสิ่งห้ามทำเด็ดขาดเมื่อไหมโผล่คือ

  • ห้ามเอากรรไกรตัดออกเองเด็ดขาด เพราะอาจเกิดการติดเชื้อได้ง่ายกว่าเดิม
  • ห้ามดึงไหมออกเองโดยเด็ดขาด

สิ่งที่ควรทำ คือ ไปให้แพทย์ตัดเส้นไหมที่โผล่ออกให้ โดยด่วน

2.ไหมทะลุ

หมายถึงเส้นไหมที่ใส่เข้าไปทะลุผิวออกมาจากอีกฝั่ง ซึ่งเกิดจากเทคนิคการร้อยไหมของแพทย์ ที่อาจใส่เส้นไหมลึกไม่พอ ร้อยไหมตื้นเกินไป จึงทำให้เส้นไหมทะลุผิดที่ สิ่งห้ามทำเด็ดขาดเมื่อไหมทะลุคือ

  • ห้ามจับ หรือ ดึงเส้นไหมเองเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อ

สิ่งที่ควรทำ หากสาวๆคนไหนที่เจอกับปัญหานี้แนะนำให้ไปพอแพทย์ทันที

3.ไหมขาด

เกิดจากหลังร้อยไหมแล้วมีการแสดงอารมณ์ทางใบหน้าเต็มที่ เช่น อ้าปากกว้างๆ หัวเราะแรงๆ เป็นเหตุทำให้เส้นไหมขาด อาจทำให้ความตึงหายไปได้

สิ่งที่ควรทำ คือ ไปพบแพทย์ (ไหมขาด/ไหมดีดไม่มีอันตรายแต่อย่างใด)

4.เป็นตุ่มหลังการร้อยไหม

ซึ่งลักษณะของตุ่มแบ่งเป็น 2 แบบคือ

  • ตุ่มนูน ไม่บวมแดง เกิดจากการนูนตัวของเส้นไหม ไม่เป็นอันตรายอาการนี้สามารถ หายไปเองได้ หลังจากเส้นไหมเข้าที่แล้ว
  •  ตุ่มนูน บวมแดง มีอาการคัน หรือ ปวดระบบ หากมีอาการเหล่านี้ควรมาพบแพทย์ เพื่อหาสาเหตุอย่างเร่งด่วน

5.ผิวสัมผัสไม่เรียบ

เป็นหลังการร้อยไหมแล้ว ผิวหนังมีรอยบุ๋มเป็นแนวเส้นไหม กรณีนี้ไม่เป็นอันตรายใดๆ ซึ่งสาเหตุเกิดจากเส้นไหมยังไม่เข้าที่และอาการบวมยาชา จึงทำให้ผิวไม่เรียบนั่นเอง อาการจะค่อยๆหายไปหลังจากที่เส้นไหมเข้าที่แล้ว

  • ห้ามใช้มือกด หรือ นวดโดยเด็ดขาด

สิ่งที่ควรทำ คือ รอให้เส้นไหมเข้าที่ แต่หากมีความกังวลก็ให้เข้ามาปรึกษาแพทย์ได้ค่ะ

ร้อยไหมคลินิกไหนดี?

  • การร้อยไหมควรเลือกกับคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ และได้รับมาตรฐานเท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงจาก การติดเชื้อ และ ลดความเสี่ยงต่อการถูกปฏิเสธการรับผิดชอบ
  • คลินิกต้องมีความสะดวกสบาย ทั้งที่จอดรถ และสามารถเดินทางได้สะดวก
  • คลินิกต้องมีแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด
  • กังนัมคลินิก เป็นคลินิกร้อยไหมยกกระชับหน้า ที่มีมาตรฐานความปลอดภัย และ การให้บริการจากเกาหลี โดยเรามีบริการร้อยไหมคุณภาพทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นร้อยไหมยกกระชับ การร้อยไหมปรับรูปหน้าวีเชฟ (VShape) โดยของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และทีมงานมืออาชีพ และให้บริการอย่างดีเยี่ยม

บริเวณไหนบ้างสามารถร้อยไหมได้

บางคนอาจจะเข้าใจผิดว่าการร้อยไหมสามารถใช้ได้กับบริเวณใบหน้าเพียงอย่างเดียว แต่จริงๆแล้ว การร้อยไหม ยังสามารถใช้กับบริเวณอื่นๆบนใบหน้าได้อีกด้วย เช่น
  • หนังตา แก้ไขปัญหาหนังตาตก
  • คิ้ว เพื่อยกคิ้วให้สูงขึ้นในกรณีของคนที่มีปัญหาระหว่าคิ้วกับชั้นตาแคบเกินไป หรือ แก้ไขปัญหาคิ้วตก
  • หน้าผาก เพื่อให้หน้าผ้าตึงกระชับ และช่วยลดริ้วรอยบนหน้าผากได้อีกด้วย
  • แก้ม เพื่อแก้ปัญหาแก้มห้อย ทำให้หน้าดูเรียวขึ้น ดูยกกระชับ และเห็นกรอบหน้าชัดเจนขึ้น
  • มุมปาก เพื่อแก้ไขปัญหาสำหรับคนที่มีมุมปากตก หรือปากคว่ำ ให้กลับมามีมุมปากที่ยกสวยได้รูป
  • คาง เพื่อให้มีงางที่เรียวสวยได้รูปมากขึ้น ใบหน้าดูเรียว VShape มากขึ้น

เข็มที่ใช้ในการร้อยไหมมีกี่แบบ แตกต่างกันอย่างไร

เข็มที่ใช้ในการร้อยไหมของแต่ละคลินิกอาจไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับเทคนิกและความถนัดของคุณหมอแต่ละท่าน โดยเข็มที่ใช้สามารถแบ่งออกเป็น 4 แบบซึ่งมีข้อดีและข้อเสียต่างกัน ดังนี้

1.เข็มแหลม

ปลายเข็มมีลักษณะแหลมคม สามารถตัดผ่านเนื่อเยื่อต่างๆด้วยความคมของปลายเข็ม ข้อดีของการใช้เข็มปลายแหลมอาจทำให้เจ็บน้อยกว่าการใช้เข็มหัวทู่ มีอาการบวมน้ำน้อยกว่า เส้นเลือดเล็กๆ ที่โดนตัดผ่านจะสมานได้ไวกว่าการใช้เข็มทู่ วิธีนี้ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ เพราะถ้าหากเข็มโดนเส้นเลือดใหญ่ก็สามารถทำให้บวมช้ำได้เช่นกัน

2.เข็มหัวตัดกึ่งแหลมกึ่งทู่

มีลักษณะคล้ายๆเข็มปลายแหลม คือมีความคมของปลายเข็ม แต้ไม่แหลมมากมีข้อดีคือ มีความเจ็บน้อยกว่าหัวทู่แต่มากกว่าปลายแหลม เส้นเลือกและเนื้อเยื่อต่างๆ สมานได้ไว แต่ไม่สามารถหลบเส้นเลือดใหญ่ได้ การใช้เข็มชนิดนี้ต้องขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์

3.เข็มหัวทู่

จะมีลักษณะคล้ายๆกับการใช้มีดทื่อๆตัดเข้าไปในเนื้อเยื่อ มีความเจ็บมากกว่าเข็มหลายแหลมและเข็มแบบหัวตัด การร้อยไหมชนิดนี้ทำให้บวมน้ำมากกว่า แต่มีข้อดีคือ สามารถหลบเส้นเลือดใหญ่ๆ ได้ แต่ก็ไม่สามารถหลบเส้นเลือดเล็กๆได้ ในการร้อยไหมเข็มทู่ที่ใช้จะมีขนาดใหญ่ จึงทำให้บวมช้ำเยอะกว่า

4.เข็มตัว L

เป็นเข็มที่พัฒนามาจากเข็มหัวตัด เข็มชนิดนี้จะช่วยให้หลบเส้นเลือดใหญ่ได้คล้ายกับเข็มหัวทู่ แต่ก็ยังมีความคมของปลายเข็มเอาไว้เพื่อ ให้ง่ายและลดความเจ็บขณะการร้อยไหม

ทั้งนี้ที่กังนัมคลินิก จะมีเข็มทุกแบบ เพื่อให้เหมาะสมกับการให้บริการคนไข้ที่มีลักษณะและความต้องการ ที่แตกต่างกัน โดยการเลือกใช้เข็มแต่ละชนิดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินตามความเหมาะสม ของลักษณะ คนไข้และชนิดของไหม

ทำไมต้องร้อยไหมกับกังนัมคลินิก

กังนัมคลิกนิก เป็นคลินิกที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเกาหลี โดยมีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีเทคนิคการร้อยไหมเฉพาะตามแบบฉบับจากเกาหลี ซึ่งทำโดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ โดยออกแบบการร้อยไหมให้กับคนไข้แบบเคส ต่อ เคส เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับคนไข้ได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้เรายังมีการพนักงานที่คอยให้บริการ ลูกค้าอย่างดีเยี่ยม และนอกจากนี้ กังนัม คลินิกของเรา มีการติดตามผลการรักษาอย่าสม่ำเสมอ

ร้อยไหมเจ็บไหม บวมกี่วัน?

การร้อยไหมไม่เจ็บอย่างที่คิด เพราะก่อนการร้อยไหมแพทย์จะทำการฉีดยาชาให้ก่อนเพื่อลดความเจ็บ โดยหลังร้อยไหมอาจมีอาการบวมช้ำหลังการร้อยไหมเป็นเรื่องปกติ ซึ่งอาการจะมีมากมีน้อย หรือไม่มีเลย ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคในการร้อยไหม ปริมาณไหมที่ใช้ และ ชนิดของไหม ในกรณีถ้าการร้อยมีเทคนิคที่ดี ต่อให้ใช้จำนวนไหมมาก ก็อาจไม่มีอาการบวมช้ำใดๆเลยก็ได้ แต่ถ้าหากเทคนิคในการร้อยไม่ดี แพทย์ขาดความเชี่ยวชาญก็อาจทำให้มีอาการบวมช้ำเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้อาการบวมช้ำต่างๆที่เกิดขึ้นมักมาจากเทคนิคประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์นั้นๆ เพราะ ต้องเลือกชนิดของไหมให้เหมาะสมกับตำแหน่ง ที่ต้องการร้อยไหมด้วย

สรุป

การร้อยไหมยกกระชับใบหน้ามีความเสี่ยงหากทำโดยผู้ที่ไม่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ กังนัมคลินิก ร้อยไหมราคาไม่แพง คุณภาพระดับพรีเมียม โดยผู้เชี่ยวชาญที่มากประสบการณ์ บริการ ร้อยไหมคุณภาพ ทุกรูปแบบ ยกกระชับหน้า เรียว V Shape ร้อยไหมก้างปลา ให้บริการด้วยทีมงานมืออาชีพ และเครื่องมือสุดทันสมัย ให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมาและจริงใจ