ฉีดโบท็อกซ์ยกมุมปาก

ฉีดโบท็อกยกมุมปาก ช่วยแก้ปัญหาอะไร

การฉีดโบท็อกซ์ยกมุมปาก เป็นวิธีที่ช่วยแก้ไขปัญหา ริมฝีปากคว่ำ ของคนไข้ได้เป็นอย่างดี เพราะการมีริมฝีผากที่คว่ำจะทำให้ใบหน้าดูเศร้าหมอง ไม่สดใสร่าเริง บางคนก็ดูเหมือนหน้าเหวี่ยงอยู่ตลอดเวลา

รู้ไหมว่า ปัญหาปากคว่ำถือว่าเป็น โหวงเฮ้งที่ไม่ดี

ลักษณะของปากคว่ำ

  • ตามของโหวงเฮ้ง ลักษณะของปากคว่ำ คือ  เป็นคนที่มีนิสัยดื้อรั้น เอาแต่ใจตัวเอง ไม่ค่อยฟังใคร มักจะขัดแย้ง หรือทะเลาะกับผู้อื่นได้ง่าย

ลักษณะมุมปากตก

  • มุมปากตก ทำให้ดูเศร้าหมอง ไม่น่ามอง ไม่น่าคบหา นอกจากนั้นยังดูเป็นคนเก็บความลับไม่อยู่อีกด้วย

ริ้วรอยที่ริมฝีปาก

  • ริมฝีปากมีริ้วรอยเยอะ  ต้องทำงานหนัก ชีวิตเคร่งเครียด ไม่ค่อยมีคนเคารพนับถือ ขาดเสน่ห์

สาเหตุของปัญหาปากคว่ำเกิดจากอะไรบ้าง

  • อาจเกิดขึ้นได้จากกรรมพันธุ์ ปากคว่ำแต่กำเนิด
  • การแสดงออกถึงอารมณ์ทางสีหน้ามากเกินไป
  • เกิดจากความหย่อนคล้อยของผิวหนัง ตามอายุที่เพิ่มขึ้น

ฉีดโบท็อกซ์ยกมุมปาก วิธีการแก้ไขปัญหาปากคว่ำแบบเร่งด่วน

การแก้ไขปัญหาปากคว่ำ หรือมุมปากตก สามารถทำได้หลายวิธี โดยแต่ละวิธีอาจมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป เช่น การฉีดโบท็อกซ์ยกมุมปาก การเติมฟิลเลอร์ และการผ่าตัดยกมุมปาก แต่หากคนไข้มีปัญหาเพียงเล็กน้อยและต้องการเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ชัดเจน การฉีดโบท็อกซ์ยกมุมปากถือเป็นวิธีที่ตอบโจทย์ของคนไข้มากที่สุด

การฉีดโบท็อกซ์ยกมุมปาก คืออะไร

การฉีดโบท็อกซ์ยกมุมปาก คือวิธีทำ  คุณหมอผู้เชี่ยวชาญจะทำการฉีดโบท็อกซ์เข้าไปในบริเวณกล้ามเนื้อมุมปาก ที่ใช้ดึงมุมปากลง เพื่อให้กล้ามเนื้อที่ใช้ยกมุมปากอ่อนแรง และ มุมปากดูยกขึ้นทั้ง 2 ข้างอย่างสมดุล สวยงาม

การฉีดโบท็อกซ์ยกมุมปากช่วยได้จริหรือไม่  เหมาะกับใครบ้าง?

การแก้ไขด้วยฉีดโบท็อกซ์ยกมุมปากเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยแก้ไขปัญหาปากคว่ำ ที่เห็นผลรวดเร็วชัดเจนตั้งแต่ 3-7 วันที่ฉีด

  • เหมาะกับคนที่มีปัญหารูปปากคว่ำ ลักษณะของรูปปากที่ตกหรือโค้งลง และปากมีลักษณะเป็นรูปเส้นตรงทำให้ใบหน้าดูบึ้ง ไม่สดใส เหมือนโกรธอยู่ตลอดเวลา แล้วต้องการปรับรูปปากให้ดูยกขึ้น
  • ผู้ที่มีผิวหนังบริเวณมุมปากหย่อนคล้อย มีปัญหาริ้วรอยรอบบริเวณมุมปาก เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่ต้องการผ่าตัดยกมุมปากให้เจ็บตัว และเสียเวลาพักฟื้นนาน

ข้อดีของการฉีดโบท็อกซ์ยกมุมปาก

  • เห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็วทันใจ ภายในระยะเวลาเพียง 3-7 วัน (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
  • ใช้ระยะเวลาในการทำน้อย มีมุมปากที่ยกสวยโดยไม่ต้องผ่าตัดให้เจ็บตัว
  • ขั้นการดูแลหลังการฉีดโบท็อกซ์ ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน
  • ราคาย่อมเยาว์ ไม่สูงเกินไป
  • หน้าตาดูสดใสขึ้น ไม่เหวี่ยงวีน
  • ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น
  • ผลข้างเคียงต่างๆเช่น อาการเขียวช้ำ บวมแดงน้อยมาก

ข้อเสียของการฉีดโบท็อกซ์ยกมุมปาก

  • ผลลัพธ์ไม่อยู่ถาวร อาจจะต้อมมาฉีดซ้ำภายใน 3-6 เดือน (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
  • อาจอาจมีอาการบปากเบี้ยวได้ ในกรณีที่ได้รับปริมาณยาไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้ฉีดโบท็อกซ์กับผู้เชี่ยวชาญ
  • มีโอกาสได้รับการฉีดโบท็อกซ์ปลอม หากไม่เลือกคลินิกที่ได้รับมาตรฐาน

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนฉีดโบท็อกซ์

  • งดทานวิตามิน วิตามินอี น้ำมันปลา สารสกัดจากขิง โสม กระเทียม ใบแปะก๊วย เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ที่เพราะมีผลทำให้เลือดหยุดไหลยาก
  • งดทานยาแก้ปวด ยาแอสไพริน ยากลุ่มต้านการอักเสบ NSAIDS ได้แก่ Naproxen, Ibruprofen อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนการฉีดโบท็อกซ์ เพื่อป้องการอาการเขียวช้ำ
  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนการฉีดโบท็อกซ์
  • ร่างกายต้องอยู่ในสภาวะปกติดี ต้องไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และไม่ได้อยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ควรแจ้งปัญหาที่กังวลและสิ่งที่ต้องการให้แพทย์ผู้ฉีดทราบอย่างชัดเจนก่อนฉีด เนื่องจากคนไข้แต่ละคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน เช่น คนไข้บางคนอาจชอบให้ดูเป็นธรรมชาติ แต่คนไข้บางคนชอบให้ตึงมากๆ แตกต่างกันไป
  • ในวันฉีดโบท็อกซ์ควรงดการแต่งหน้า หรือล้างทำความสะอาดเครื่องสำอางบนใบหน้าก่อนการพบแพทย์

ดูแลตัวเองหลังการฉีดโบท็อกซ์ยกมุมปากอย่างไร ให้อยู่ไปได้นานๆ

  1. หลังฉีดโบท็อกซ์ห้ามนอนราบ  เป็นเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้โบท็อกซ์ไหลไปยังตำแหน่งอื่น
  2. ไม่ควรล้างหน้าทันทีหลังฉีดโบท็อกซ์ ให้เว้นระยะเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง จึงจะล้างหน้าได้ตามปกติ
  3. หลีกเลี่ยงการโดนความร้อนในบริเวณที่ฉีดเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์
  4. งดการนวด การกด บริเวณที่ฉีด เป็นเวลา 2 สัปดาห์
  5. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดอาการแดงที่ใบหน้า เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, อบซาวน่า, แช่น้ำอุ่น และ การออกกำลังกายอย่างหนัก เนื่องจากความร้อนจะทำให้โบท็อกซ์สลายเร็วขึ้น
  6. งดการทานของอาหารที่มีความร้อนในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังการฉีดโบท็อกซยกมุมปาก เช่น ก๋วยเตี๋ยว ชาบู บั้งย่างต่างๆ
  7. งดการทำเลเซอร์ หรือ ทรีทเม้นท์ด้วยเครื่อง RF ประมาณ 2 สัปดาห์
  8. งดการแต่งหน้าหลังการฉีดโบท็อกซ์ ประมาณ 4 ชั่วโมง หลังจากนั้นสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ
  9. อาจมีรอยแดงจากเข็มและรอยนูนจากการฉีด คนไข้ไม่ต้องกังวล รอยเข็มและรอยแดงต่างๆจะหายไปเองภายในเวลา 1-2 ชั่วโมงหลังฉีด

ความแตกต่างของโบท็อกซ์ แต่ละยี่ห้อ มีอะไรบ้าง?

ปัจจุบันถ้าลองสังเกตเห็นได้ว่าโบท็อกซ์มีอยู่ด้วยกันมากมายหลายยี่ห้อมาก ซึ่งแต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างกันเช่น มีบริษัทที่ผลิตแตกต่างกัน ประเทศที่ผลิตแตกต่างกัน เช่น ประเทศเกาหลี ประเทศเยอรมัน ประเทศอังกฤษ เป็นต้น รวมไปถึงความบริสุทธิ์ของตัวยาที่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพของยาและระยะเวลาในการออกฤทธิ์อีกด้วย

ตำแหน่งที่นิยมฉีดโบท็อกซ์บนใบหน้า

  1. หน้าผาก ริ้วรอยบนหน้าผาก ที่เกิดการยักคิ้ว ขมวดคิ้ว หรือเลิกคิ้ว
  2. ระหว่างคิ้ว ที่มักมีริ้วรอยมาจากการเผลอขมวดคิ้วอยู่บ่อยๆ จึงจะทำให้เกิดรอยย่นหรือปมคิ้ว
  3. ใต้ตาและหางตา ซึ่งมักเกิดริ้วรอยย่นค่อนข้างเยอะ เนื่องมาจากการยิ้ม การขยีตา
  4. กราม และ กรอบหน้า เป็นตำแหน่งที่คนนิยมฉีดมากที่สุดเพราะ การฉีดโบท็อกซ์บริเวณนี้จะช่วยให้กรามดูเล็กลง ทำให้รูปหน้าให้เรียวขึ้น
  5. ปีกจมูก บางคนมีจมูกสวยที่ แต่ปลายจมูกบาน การฉีดโบท็อกซ์จะช่วยลดการทำงานของด้านข้างปีกที่ขยายตอนที่เรายิ้ม ทำให้ปีกจมูกดูเล็กลง ได้รูปทรงยิ่งขึ้น
  6. มุมปาก เมื่ออายุมากขึ้นจะเริ่มมองเห็นรอยเล็ก ๆ บริเวณมุมปาก การฉีดโบท็อกซ์จะทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย และช่วยแก้ไขรูปปากคว่ำให้กลับมามีมุมปากสวยขึ้น

ฉีดโบท็อกซ์ยกมุมปากอยู่ได้นานแค่ไหน ?

อย่าที่ทราบกันดีว่าการฉีดโบท็อกซ์ไม่ได้มีผลลัพธ์ที่อยู่ได้ถาวร ซึ่งปกติแล้วโบท็อกซ์จะอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน โดยอายุการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ มี 3 ปัจจัยหลัก คือ

  1. ยี่ห้อของโบท็อกซ์ที่ฉีด หากเลือกยี่ห้องของโบท็อกซ์ที่มีความบริสุทธิ์สูง ผลลัพธ์ก็จะอยู่ในร่างกายได้นานกว่า เพราะร่างกายจะทำลายโปรตีนที่จับกับโบท็อกซ์ โดยโบท็อกซ์ที่มีโปรตีนมากกว่าจะถูกทำลายได้ง่ายกว่าโบท็อกซ์ที่มีความบริสุทธิ์สูงกว่า
  2. ขึ้นอยู่กับปริมาณโบท็อกซ์ที่ใช้ ซึ่งต้องอยู่ในการประเมินโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์
  3. ตำแหน่งที่ฉีด หากบริเวณที่ฉีดโบท็อกซ์มีการใช้กล้ามเนื้อมาก และมีการใช้งานของกล้ามเนื้อบ่อยๆ ระยะเวลาที่โบท็อกซ์ออกฤทธิ์จึงสั้นลง

เมื่อโบท็อกซ์หมดฤทธิ์จะทำให้มุมปากตกลงมาเหมือนเดิมจริงหรือไม่

เมื่อโบท็อกซ์หมดฤทธิ์จะทำให้ มุมปากตกลงมาเหมือนเดิมนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะโบท็อกซ์ทำให้กล้ามเนื้อมัดที่ฉีดไปทำงานลดลง ขนาดกล้ามเนื้อจึงเล็กลง เมื่อโบท็อกซ์หมดฤทธิ์กล้ามเนื้ออาจจะกลับมาทำงานเพิ่มขึ้นแต่จะไม่เท่าเดิม เพื่อการเห็นผลลัพธ์ที่ดีกว่า คนไข้ควรฉีดโบท็อกซ์ ซ้ำหลังจาก 3-6 เดือน

อันตรายและผลข้างเคียงจากการฉีดโบท็อกซ์

โดยปกติทั่วไปแล้วโบท็อกซ์ของแท้ที่ผ่าน อย. จะไม่ทิ้งสารตกค้างให้แก่ร่างกาย แต่การฉีดโบท็อกซ์นั้นก็มีความเสี่ยงต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น

1. การติดเชื้อ

เนื่องจากเลือกคลินิกที่ไม่สะอาด ไม่ได้มาตรฐาน อุปกรณ์ที่ใช้ในการฉีดไม่สะอาด

2. หมอที่ฉีดไม่ใช่หมอจริงๆ หรือที่เรียกว่าหมอกระเป๋า

เพราะผู้ที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์จะไม่รู้จักเทคนิคการทำให้ปราศจากเชื้อโรค (Sterile technique) ซึ่งเป็นเทคนิคที่สำคัญในการป้องกันการติดเชื้อจากการทำหัตถการทุกชนิด

3. ปากเบี้ยว ยิ้มไม่สุด

มุมปากทั้ง 2 ข้างยกไม่เท่ากัน หากฉีดไม่ถูกวิธีและใช้เทคนิคที่ไม่ปลอดภัย

ปัจจัยของหลักการเกิดผลข้างเคียงจากการฉีดโบท็อกซ์ยกมุมปาก 

  1. คุณภาพของโบท็อกซ์ หากฉีดโบท็อกซ์ของแท้ ที่ผ่าน อย. ไม่ใช่ยาหิ้ว หรือโบท็อกซ์ปลอม  ความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงก็จะน้อยกว่าการฉีดโบท็อกซ์ของปลอม
  2. ความไม่ชำนาญของแพทย์ หากแพทย์ไม่มีความชำนาญ อาจเกิดความผิดพลาด หรือ มีความคลาดเคลื่อนในตำแหน่งที่ฉีดได้
  3. ปริมาณในการฉีด หรือ ที่เรียกว่ายูนิต ถ้าหากฉีดโบท็อกซ์ในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้เกิดอาการแข็งตึง ไม่เป็นธรรมชาติได้
  4. การไหลของโบท็อกซ์ เกิดได้จากการดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์ของคนไข้ เช่น การนอนราบหลังฉีดโบท็อกซ์ทันที ก็จะทำให้ตัวยากระจายไปในส่วนที่เราไม่ต้องการ จนเกิดผลข้างเคียงต่างๆตามมานั่นเอง

เช็คก่อนฉีดปาก เช็คโบท็อกซ์ของแท้ต้องดูอะไรบ้าง

เนื่องจากช่วงนี้มีโบท็อกซ์ปลอมระบาดอยากหนักหน่วง สายโบท็อกซ์หลายๆคน ที่อยากสวยด้วยการฉีดโบท็อกซ์ ก็คงมีเรื่องหนักใจอยู่ไม่น้อยว่าโบท็อกซ์ที่เราจะฉีดเข้าไป เป็นของแท้ ผ่าน อย. มีคุณภาพจริงให้สวยปัง หรือ จะเจอโบท็อกซ์ปลอมเสี่ยงหน้าพังกันแน่ วันนี้เรามีเทคนิคคร่าวๆในการเช็คโบท็อกซ์ Aestox ของแท้มาให้ดูกัน

  1. หน้ากล่องเขียนคำว่า Aestox ภาษาอังกฤษ
  2. ภายในกล่องมีฉลากเอกสารกำกับยาเป็นภาษาไทย เนื่องจากอย. ไทยเป็นผู้บรรจุ
  3. จะมีตัวหนังสือเขียนว่า ยาควบคุมพิเศษ อยู่ด้านข้างของกล่อง
  4. ด้านข้างกล่องจะมีสติ๊กเกอร์โฮโลแกรมที่สามารถขูดออกเเล้วสเเกนเช็คได้ว่าเป็นโบท็อกซ์เเท้
  5. ดูจากวันที่ผลิต วันหมดอายุ  และ เลขล็อต ด้านข้างของขวด และ ก้นกล่อง โดยเลขทั้งหมดจะต้องตรงกัน

ใครบ้างที่ห้าม ฉีดโบท็อกซ์ยกมุมปาก

การฉีดโบท็อกซ์อาจเป็นวิธีที่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและมีผลข้างเคียงน้อย แต่ก็ ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถทำสวยด้วยการฉีดโบท็อกซ์ได้ ซึ่งบุคคลไม่สามารถฉีดโบท็อกซ์ได้ ดังนี้
  • ผู้ที่มีอาการแพ้สาร Botulinum
  • ผู้ที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงรุนแรง
  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่
  • ผู้ที่เป็นโรคเลือดออกแล้วหยุดยาก