ฉีดเมโสแฟต

ฉีดเมโสแฟต ช่วยอะไรบ้าง

สำหรับคนที่หน้าใหญ่ ไขมันเฉพาะจุดเยอะ อาจจะเคยได้ยินชื่อ เมโสแฟตกันมาบ้างแล้ว เพราะเมื่อมีการค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตต่างๆ ผลลัพธ์ที่ขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆคงหนีไม่พ้น การฉีดเมโสแฟต หรือการฉีดสลายไขมันด้วยเมโสแฟต

มาทำความรู้จักกัน เมโสแฟตคืออะไร

การฉีดเมโสแฟต เป็นการฉีดตัวยาเฉพาะเข้าไปในชั้นไขมันนิยมฉีดบริเวณใบหน้า แก้ม เหนียง แขน ขา มีคุณสมบัติช่วยสลายไขมัน  โดยเมื่อฉีดเข้าไปแล้ว จะสลายไขมันโดยธรรมชาติลดเซลล์ลูไลท์ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำหลังการสลายไขมันผิวไม่หย่อนคล้อย เมื่อตัวยาถูกฉีดเข้าไปในชั้นไขมัน จะไปทำลายเซลล์ไขมัน เมื่อเซลล์ไขมันตายก็จะกลายเป็นของเสีย ซึ่งของเสียจะถูกขับออกทางระบบน้ำเหลืองนั่นเอง

เมโสแฟต ประกอบไปด้วยตัวยาอะไรบ้าง 

  1. ฟอสฟาติดิลโคลีน (Phosphatidylcholine)
  2. แอล-คาร์นิทีน (L-carnitine)
  3. กรดอะมิโน (Amino acid) หรือ เกลือแร่ (Minerals)
  4. ดีโอซีโคเลท (Deoxycholate)
  5. เด็กซ์แพนทีนอล (Dexpanthenol)

ซึ่งสารประกอบเหล่านี้เป็นสารสกัดธรรมชาติจากถั่วเหลืองหรือไข่แดง และวิตามินหลายชนิด จะไม่มีผลข้าเคียงที่อันตรายกับร่างกาย ขั้นตอนการฉีด คือ แพทย์จะทำการผสมสารและยาดังกล่าว จากนั้นจะฉีดเข้าสู่ผิวหนังลึกเข้าไปในชั้นไขมันในจุดที่ต้องการลดปริมาณไขมัน

เมโสแฟตมีกี่ประเภท อะไรบ้าง?

เมโสแฟตแบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามคุณสมบัติของการใช้งานได้แก่

  1. เมโสแฟตสำหรับฉีดหน้า ลดแก้ม ลดเหนียง
  2. เมโสแฟตสำหรับฉีดลำตัว ลดต้นแขน ต้นขา ฯลฯ

โดยการฉีดเมโสแฟตจะใช้ตัวยาแต่ละประเภทแยกกันตาตำแหน่งที่ต้องการฉีด เพราะความหนาของชั้นไขมันนั้นต่างกัน จึงต้องเลือกใช้งานให้ถูกประเภท เพื่อให้เห็นผลชัดที่สุด

7. ตำแหน่งไหนบ้างที่นิยมฉีดเมโสแฟต ฉีดเพื่ออะไร

เมโสแฟตเป็นตัวยาที่สามารถใช้ได้หลายตำแหน่งบนร่างกาย เหมาะกับการฉีดในจุดที่มีไขมันสะสม แต่ต้องเลือกตัวยาและใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ที่สำคัญต้องฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือศัลยแพทย์เท่านั้น ตำแหน่งที่นิยมฉีดเมโสแฟตได้แก่
  1. บริเวณแก้ม เพื่อลดไขมันส่วนเกินบนใบหน้า และ ปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น
  2. บริเวณเหนียง เพื่อลดคางสองชั้น การฉีดเมโสแฟตลดเหนียงมักทำคู่กับการฉีดโบท็อกลิฟท์หน้า เพราะทำให้ไขมันบริเวณเหนียงลดลง กล้ามเนื้อกระชับขึ้น และเห็นกรอบหน้าที่คมชัดมากขึ้นกว่าการทำด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง
  3. บริเวณต้นแขน ที่มีไขมันสะสมทำให้ต้นแขนมีความหย่อนคล่อย การฉีดเมโสแฟตจะช่วยสลายไขมันทำให้ต้นแขนมีความเรียวและกระชับขึ้น
  4. บริเวณต้นขา การสะสมของไขมันบริเวณต้นขาทำให้เกิดเซลล์ลูไลท์หรือผิวเปลือส้ม การฉีดเมโสแฟตจะช่วยให้เซลล์ลูไลท์นั้นหายไป
  5. บริเวณสะโพก เหมาะกับคนที่มีไขมันส่วนสะสมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น การฉีดเมโสแฟตจะช่วยสลายและไขมันขับออกจากร่างกาย สามารถทำร่วมกับการออกกำลังกายหรือการลดน้ำหนักได้
  6. บริเวณท้อง ลดพุง ลดสะโพก ใบปริมาณที่ไม่มาก ถ้าไขมันมีปริมาณมากแนะนำให้ใช้วิธีดูไขมันแทน
  7. บริเวณน่อง เพื่อให้ได้ขาที่เรียวเล็กสวยงาม

ข้อดีของการฉีดเมโสแฟต

  • จะช่วยขจัดไขมันส่วนเกินแบบเฉพาะจุด ได้ในเวลาอันรวดเร็ว
  • ช่วยปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน หน้าเรียว ดูสมส่วน เห็นผลไว
  • ไม่ต้องเจ็บตัวด้วยวิธีผ่าตัดและพักฟื้นเป็นเวลานาน
  • สวยแบบเร่งด่วน ใช้เวลาฉีดไม่นาน
  • การฉีดเมโสแฟตช่วยสลายไขมันส่วนเกิน ขมันจะถูกขับออกจากร่างกาย

ข้อเสียของการฉีดเมโสแฟต

  • อาจมีคนไข้บางคน เกิดอาการแพ้สารที่ฉีดเข้าไป ทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ บวม รวมถึงผิวหนังบริเวณที่ฉีดอาจเกิดรอยช้ำ รอยแผลเป็น ได้
  • การฉีดเมโสแฟตจะยังไม่เห็นผลในทันที อาจต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
  • เมโสแฟตหลายตัว ยังได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศไทย ดังนั้นจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อให้แน่ใจถึงความปลอดภัย และไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ หรือส่งผลข้างเคียงอื่นๆ
  • การฉีดเมโสแฟตถือเป็นการสลายไขมับแบบชั่วคราวเท่านั้น โดยฤกธิ์ของเมโสแฟตจะอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือนเท่านั้น อาจต้องมีการมาฉีดซ้ำเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานขึ้น

ขั้นตอนการฉีดเมโสแฟต

  1. ทำการนัดหมายเพื่อปรึกษาคุณหมอถึงปัญหาของคนไข้ คุณหมอจะเป็นผู้ประเมินการรักษา
  2. ล้างหน้า หรือเช็ดทำความสะอาดในบริเวณที่จะฉีดเมโสแฟต
  3. แพทย์จะผสมตัวยาและฉีดเข้าไปบริเวณที่จะสลายไขมัน ในปริมาณสารที่ฉีด 0.2-0.5 cc. ฉีดลึกประมาณ 5-10 มิลลิเมตร โดยแต่ละจุดห่างกันอย่างน้อย 2 เซนติเมตร
  4. ในบริเวณที่มีไขมันสะสมอยู่มาก เช่นต้นขา หน้าท้อง หรือสะโพก ควรมีการฉีดซ้ำใน 5 – 7 วันหลังการฉีดครั้งแรก ไขมันจะเริ่มหดตัวลง 10-20% ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ และไขมันจะสลายตัว 50-80% เมื่อจบการรักษา (จำนวนครั้งการฉีดสลายไขมันขึ้นอยู่กับคนไข้แต่ลคนโดยหมอจะเป็นผู้ประเมินแบบเคสต่อเคส)

อาการหลังฉีดเมโสแฟต ที่อาจเกิดขึ้นได้หลังฉีด

หมดความกังวลในเรื่องของรอยแผล เพราะแผลจะขนาดเล็กมากตามรอยเข็มเล็กๆที่ฉีดเท่านั้น ส่วนบริเวณที่รับการฉีดสลายไขมัน อาจมีอาการบวมน้ำยาเป็นเวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมงและมีรอยเขียวช้ำบ้างเล็กน้อยหากฉีดโดนเส้นเลือดฝอย หลังจากนั้นผิวหนังจะยุบไปเอง การฉีดเมโสแฟตสลายไขมันจะไม่ทำให้ผิวเป็นคลื่น ไม่เป็นรอยบุ๋ม เมื่อสัดส่วนลดลงผิวหนังจะเรียบเนียนกระชับ

6 ข้อควรระวังของการฉีดเมโสแฟต

ถึงแม้ว่าสารสกัดในเมโสแฟตจะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่ปลอดภัย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะสามารถฉีดเมโสแฟตได้ กลุ่มคนที่ต้องหลีกเลี่ยงการฉีดเมโสแฟตได้แก่
  1. ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานและต้องให้อินซูลินเป็นประจำ
  2. ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบไหลเวียนของโลหิต หรือผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด เช่น เส้นเลือดในสมองตีบ เส้นเลือดในสมองอุดตัน มีภาวะลิ่มเลือดอุดตัน
  3. สตรีมีครรภ์ หรือ ให้นมบุตร
  4. ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี
  5. ผู้ป่วยโรคมะเร็ง หรือ ผู้ที่มีโรคประจำตัว และต้องทานยารักษาจำนวนมาก
  6. ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  7. ผู้ป่วยโรคมะเร็ง

การเตรียมตัวอย่างไรก่อนฉีดเมโสแฟต?

  1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  2. งดทานยากลุ่มแอสไพรินอย่างน้อย 48 ชั่วโมง
  3. งดทานวิตามินและอาหารเสริมที่มีผลต่อเลือด เช่น วิตามิน E น้ำมันปลา พิมโรส
  4. ไม่ได้อยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
  5. หากมีโรคประจำตัวหรือแพ้ยา ควรแจ้งให้แพทย์ทราบทันที

การดูแลตัวเองหลังฉีดเมโสแฟต?

  1. ดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร การดื่มน้ำมากๆ จะช่วยขับไขมันส่วนเกินที่สลายให้ออกจากร่างกายได้มากขึ้น เพราะไขมันจะถูกขับออกทางปัสสาวะเป็นส่วนใหญ่
  2. เพื่อลดการฟกช้ำ หลังฉีดเมโสแฟตควรหลีกเลี่ยงการนวดตัว อบซาวน่า และการทรีทเม้นท์ ประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะการฉีดเมโสแฟตอาจมีรอยเขียวช้ำบริเวณที่ฉีดสลายไขมัน
  3. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่
  4. อาจมีอาการบวมน้ำยาเป็นเวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมงหลังจากนั้นจะค่อยๆยุบลงจนหายเป็นปกติ
  5. ควรออกกำลังกายเบาๆ เช่น โยคะ การเดินไว การว่ายน้ำ อย่างน้อยวันละ 30 นาที เพื่อช่วยรีดไขมันให้ออกจากร่างกายได้เร็วขึ้น
  6. ควรปรับพฤติกรรมการทานอาหาร หลีกเลี่ยงของทอด  ของมัน บุฟเฟต์ปิ้งย่าง โดยให้เน้นทานผัก ผลไม้ รวมถึงอาหารประเภทต้มหรือนึ่งให้มากขึ้น เพื่อไขมันส่วนเกินจะได้ไม่กลับมาอีก

Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดเมโสแฟต

เมโสแฟตมีผลข้างเคียงที่อันตรายหรือไม่?

เนื่องจากเมโสแฟตเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ จึงไม่มีอันตรายต่อร่างกาย หากใช้ยาแท้และฉีดกับหมอที่เชี่ยวชาญ การฉีดเมโสแฟตจึงไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว หลังการฉีดสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้นอีกด้วย

ฉีดเมโสแฟตเจ็บมั้ย?

มีความเจ็บหรือแสบเล็กน้อยในขณะฉีดยาหรือเดินยา อาจจะมีการใช้น้ำแข็งประคบ หรือทายาชาเพื่อช่วยลดอาการเจ็บ

ฉีดเมโสแฟตกี่วันจึงจะเห็นผล?

หลังจากฉีดเมโสแฟตไปแล้ว ระยะการเห็นผลจะอยู่ที่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ และเห็นผลชัดเจนภายใน 1 เดือน

การฉีดเมโสแฟต ต้องฉีดกี่เข็ม อยู่ได้นานกี่เดือน

โดยปกติทั่วไปปริมาณในการฉีดเมโสแฟตจะขึ้นอยู่กับจำนวนไขมันสะสมในบริเวณนั้น โดยคุณหมอจะเป็นคนประเมินว่าแต่ละท่าน สามารถฉีดได้กี่เข็ม เฉลี่ยในการฉีดแต่ละครั้ง อยู่ที่ 1-3 เข็ม หลังจากฉีดเมโสแฟตไปแล้วสามารถอยู่ได้นาน 2 เดือน หลังจากนั้นสามารถฉีดซ้ำเพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานยิ่งขึ้นและสลายไขมันอย่างถาวร

ฉีดเมโสแฟตแล้วบวมกี่วัน?

หลังฉีดเมโสแฟตจะเกิดอาการบวมได้ เนื่องจากปริมาณยาที่ฉีดเข้าไป แต่ยุบลงเป็นปกติภายใน 3- 4 ชั่วโมง บางรายอาจจะมีอาการบวม 1–3 วัน (ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการดูดซึมตัวยาของแต่ละคน)

ควรเลือกฉีดเมโสแฟตที่ไหนดี

เลือกฉีดกับคลินิกที่เชื่อถือได้ เพราะการฉีดเมโสแฟตเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีจำเป็นต้องฉีดในปริมาณที่เหมาะสมกับตำแหน่งและปัญหาของคนไข้ โดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ดังนั้นการเลือกคลินิกจึงมีผลกับความสวยที่จะตามมา

ทำไมต้องฉีดเมโสแฟตที่กังนัมคลินิก

เพราะกังนัมคลินิกให้บริการกับคนไข้ด้วยความจริงใจ ใช้ยาแท้ทุกขวด และคุณหมอเฉพาะทางเป็นคนฉีดเมโสแฟตให้กับคนไข้เองทุกเคส

เมโสแฟตราคาเท่าไหร่

ราคาเมโสแฟตของกังนัมคลินิก จะอยู่ที่เข็มละ 1,500 บาทเท่านั้น

การฉีดเมโสแฟตกับการดูดไขมันแตกต่างกันอย่างไร?

การฉีดเมโสแฟต คือการฉีดสารเข้าไปเพื่อสลายไขมันส่วนเกินและกระตุ้นให้กระบวนการของร่างกายขับไขมันนั้นออกมา ส่วนการดูดไขมันก็คือการดูดไขมันส่วนเกินออกมาจากร่างกาย ดังนั้นวิธีการ ขั้นตอน และระยะการเห็นผลจะต่างกันคือ

การฉีดเมโสแฟต

การเมโสแฟต เป็นการฉีดสารตัวยาที่มีคุณสมบัติทำให้ไขมันบริเวณที่ฉีดเข้าไป แตกตัวสลายเป็นโมเลกุลเล็กๆ และปล่อยให้ร่างกายกำจัดออกด้วยระบบการเผาผลานของร่างกาย เช่น การขับออกทางเหงือ ทางระบบขับถ่าย ปัสวะ เป็นต้น  ดังนั้นต้องอาศัยระยะเวลานาน และผลที่ได้ก็ขึ้นอยู่กับระบบขับถ่ายของร่างกายเราเอง แต่มีข้อดีคือ ปลอดภัย เจ็บตัวน้อย ราคาไม่สูงมาก และไม่เสี่ยงต่อการเกิดคลื่นที่ผิว

การดูดไขมัน

การดูดไขมันคือ เป็นกระบวนการทำให้ไขมันที่เป็นก้อนแตกตัวด้วยพลังงานคลื่นแล้วตามด้วยขั้นตอนการดูดออก ทำให้เห็นผลทันทีหลังทำ เห็นผลเร็วกว่าการฉีดเมโสแฟต อีกทั้งการดูดไขมันจะสามารถกำจัดไขมันได้เป็นจำนวนมากกว่าการฉีดเมโสแฟต ดังนั้นจึงทำให้การดูดไขมันจึงมีราคาสูงกว่าการทำเมโสแฟตแน่นอน แต่การดูดไขมันมีข้อเสียคือ มีอาการบวมช้ำหลังการรักษา จำเป็นต้องมีระยะเวลาในการพักฟื้น และเสี่ยงต่อการเกิดรอยบุ๋ม ผิวหนังเป็นคลื่นไม่เรียบเนียนหากแพทย์ขาดความชำนาญ

สรุป

การฉีดเมโสแฟต คือเทคนิกการผลักวิตามินเข้าสู่ชั้นไขมัน เพื่อช่วยในการลดกระชับสัดส่วนให้ได้ตามต้องการ เป็นวิธีการลดไขมันส่วนเกินหรือเซลลูไลท์ แบบเฉพาะจุดอย่าปลอดภัย โดยไม่ต้องลงมีดผ่าตัด มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้น้อย และได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว หากได้รับการฉีดยาแท้จากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ขอย้ำว่าเพื่อความปลอดภัย ไม่ควรซื้อยาหิ้วหรือใช้บริการหมอกระเป๋า